BEAUTY & FASHION

FASHION การแต่งตัวทำผม

เทคนิคเซตผม หล่อทรงไหนไม่ให้เอาท์

ใครว่าทรงผมผู้ชายมีน้อย ขอบอกว่าไม่จริงเลยค่ะ วันนี้เลอซาช่าพามาทรงผมสุดหล่ออันหลากหลาย ให้หนุ่มๆ ได้เลือกหล่อกันได้แบบไม่ซ้ำเลยค่ะ มาดูกันเลย

ทรงคลาสสิค สลีค

การแต่งทรงที่เรียบและเงางามนี้  คุณต้องมีผมตรง  บำรุงสุขภาพผมอย่างดี  และรู้จักวิธีจัดแต่งทรงเพื่อให้ได้มาซึ่งความเงานั้น  ทรง “คลาสสิค สลีค” ย้อนไปถึงยุค 1930s โดยสมัยนั้นนิยมทรงสั้นคมเนี้ยบ  แต่ยังมีกลิ่นอายความทันสมัย  ทำให้ดูเข้ากับเทรนด์และยังสัมผัสได้

วิธีจัดแต่งทรง:

1. เริ่มด้วยการเช็ดผมให้แห้งก่อนที่จะทาผลิตภัณฑ์ปริมาณมากลงไปบนผมหมาด  การใช้เจลแบบเวทลุคสำคัญมากที่จะช่วยให้คุณได้ผมที่เงางาม  และต้องได้ทรงที่มีความคมชัดและเรียบกริบ

2.  ทาเจลให้ทั่วผมอย่างสม่ำเสมอและแบ่งผมออกเป็นส่วนๆ

3.  หวีแสกผมด้านข้างลง  บริเวณแสกต้องทำให้ดู ‘นุ่มนวล’ และไม่ควรเผยให้เห็นหนังศีรษะ

4. ถ้าผมเสียทรงขณะที่ปล่อยแห้งตามธรรมชาติ  ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่แรก  แค่พรมน้ำเล็กน้อยแล้วจัดทรงใหม่

 

ทรงเทเลอร์ ชีค

จากทรงโฮมเมจไปจนถึงการตัดทรงเวดจ์ที่ได้รับความนิยมในนิวยอร์คช่วงยุค 50 ถึง 60  ทรงนี้คือการตรึงปอยผมยาวด้านหน้าไปด้านหลังข้างใดข้างหนึ่ง  ทรงนี้ดูมาดแมน  ผมเนี้ยบ  เงาติดหนังศีรษะ


วิธีจัดแต่งทรง:

1. เช็ดผมให้แห้งก่อนลงเจลให้ทั่วตั้งแต่โคนจรดปลายผม  จากผมด้านหน้าไปผมด้านหลัง

2. หวีผมด้านข้างลงให้เรียบ  และหวีผมตรงกลางมาด้านหน้า

3. สุดท้ายหวีปัดผมด้านหน้าขึ้นไปข้างใดข้างหนึ่งเพื่อเปิดหน้าผากแล้วปล่อยให้ผมแห้งตามธรรมชาติ

4. ผมควรจะอยู่ทรงเช่นนั้นตลอดวัน  แต่ถ้าหากมีปอยปมชี้ออกก็ลูบให้เรียบโดยใช้ผลิตภัณฑ์เล็กน้อย

 

ทรงเฟรนช์ สลิค

ทรงผมเน้นวอลุ่มพองสูงทรงนี้จะทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่  สุภาพและยังเหมาะกับทุกโอกาส  ตัดผมไล่ระดับรอบใบหูเพื่อให้ดูคมเฉียบและเน้นทรงด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งผมที่เหมาะสม


วิธีจัดแต่งทรง:

1. ทาเจลแต่งผมลงบนผมสะอาดและเปียก  กระจายผลิตภัณฑ์ให้ทั่วโดยใช้หวีซี่ห่าง

2. ใช้หวีดันผมกลับขึ้นไปข้างหนึ่ง

3.  ถ้าผมดูแข็งเกินไปเหมือนทรงหมวกกันน๊อคเมื่อผมแห้ง  ให้ใช้นิ้วมือสางผมตรงปลายผมเพื่อให้ผมแยกออกจากกันเล็กน้อยและให้บริเวณแสกชัดขึ้น

 

ทรงรีเบล แอฟแฟร์

หรือคุณจะเรียกทรงนี้ว่าเอ๊กซตรีมก็ยังได้  ลุคนี้เป็นทรงพยศยุค 50 ที่มาบรรจบกับกับยุค 90 แบบเบ็ดแฮร์ หรือทรงที่เหมือนเพิ่งลุกจากที่นอน  ผมตั้งขึ้นจรดปลายทำให้คุณดูเหมือนเพิ่งเดินผ่านอุโมงค์ลม  อาจจะไม่เหมาะกับการเซ็ทผมไปทำงานแต่รับรองว่าต้องทำให้สาวๆ ในคลับหันมองกันเป็นแถว  ถ้าคิดจะทำผมทรงนี้คุณอาจต้องวางตัวให้เท่และคูลสุดๆ  เพื่อให้แม็ทช์กันกับทรงผมของคุณเลยทีเดียว

วิธีจัดแต่งทรง:
1. ทาเจลให้ทั่วผมหมาดและหวีให้สม่ำเสมอ

2. ยกผมขึ้นจากบริเวณใบหน้าขณะเป่าแห้งด้วยดรายเพื่อให้ผลิตภัณเซ็ทตัว  โปรดจำว่าผมจะตั้งขึ้นได้ถ้ามีแรงเสริมตั้งแต่โคนผม เพราะฉะนั้นต้องใส่ผลิตภัณให้เพียงพอ!

3. ปล่อยให้ปลายผมแห้งเองตามธรรมชาติเพื่อให้ได้เท็กซ์เจอร์ผมที่ชี้แบบไร้ทิศทาง

 

ทรงเวสต์ ไซด์ บอย

ทรงผมนี้มีต้นแบบจากเอลวิส  เป็นลุคที่ดูมาดแมน  ออกแนวพยศที่กลับมาอยู่ในเทรนด์อีกครั้งและดูแรงกว่าเดิม  ผมด้านข้างเป็นทรงเหลี่ยมและมีความยาวพอเพื่อเน้นผมที่ตั้งตรงกลางให้ดูชัด  เทรนด์นี้ให้ลุคแบบคูลๆ และดูสบายๆ


วิธีจัดแต่งทรง:

1. ทาเจลลงโดยตรงบนผมเปียกและกระจายเจลให้ทั่ว 

2. ปาดผมด้านข้างให้เรียบไปด้านหลัง  และหวีผมด้านหน้าขึ้น

3. สร้างวอลุ่มมากขึ้นอีกโดยรอให้เจลแห้งเล็กน้อย (เจลควรยังคงความเหนียวอยู่บ้าง)  และหวีให้ผมส่วนหน้าตั้งตรงสูงขึ้นไปอีก

 

ทรงแคชชวล สวาฟ

คือการทำผมทรงเวดจ์ที่ตั้งสูงแบบไม่เน้นการแสก  เป็นทรงที่ดูเท่และมีสเนห์แบบไร้ซึ่งความพยายาม  มีกลิ่นอายของเกรกอรี่ เพ๊คในทรงนี้ด้วย  ผมเป็นรูปเป็นทรงและมีเหลี่ยมมุมแบบผู้ชาย


วิธีจัดแต่งทรง:

1. ใส่เจลปริมาณพอเหมาะลงบนผมเปียกเพื่อให้ผมแข็งอยู่ทรง

2. จำไว้ว่าเจลจะทำให้ผมแลดูเข้มขึ้น  เพราะฉะนั้นต้องคุณต้องแน่ใจว่าคุณทาเจลให้ทั่วไปถึงข้างหลัง

3. หวีผมลงให้เรียบจากบริเวณกระหม่อมลงไปด้านข้าง ก่อนยกผมด้านหน้ากลับขึ้นง่ายๆ

 

ทรงเท็ดดี้ บอย

หรือเป็นที่รู้จักในชื่อทรงร็อคอะบิลลี ควิฟ  ต้นแบบทรงนี้ย้อนไปถึงยุค 50  ที่มีการเคลื่อนไหวของชาวอังกฤษ  โดยลุคนี้คูลไม่แพ้สมัยนั้นเลย  คุณต้องตัดผมให้ดูมีเทกซเจอร์มากๆ และมีลอนผมด้านหน้าที่ยาวพอเพื่อให้ทำผมตั้งขึ้นได้แบบดูไร้โครงสร้างและยุ่งๆ  ถ้ามีผมหยิกเล็กน้อยก็จะปนสไตล์ร็อคแอนด์โรล

วิธีจัดแต่งทรง:

1. ทาเจลให้ทั่วเท่าที่จะทำได้ลงบนผมหมาด

2. การหวีหรือแปรงจะยิ่งทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ  ใช้ปลายนิ้วของคุณขยี้ผมให้ทั่วแล้วดึงแต่ละส่วนให้เข้าทรง

3. ปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ

 

ทรงเดอะ นิว ม็อด

ไม่เหมือนกับทรงม็อดที่ตกเทรนด์ไปหลายปีดีดัก  ทรงนี้ย้อนไปสมัยบริทป๊อปยุค 60  ที่ทรงผมดูมีโครงสร้างและสะอาดเนี้ยบมากกว่า  ผมจะไม่ตกลงมาบริเวณหูและปกเสื้อ  บางกว่าบริเวณกระหม่อม  และจะดูหนาและมีเลเยอร์มากกว่าแถวๆ ผมม้า  ซึ่งจะปิดหน้าผากเกือบทั้งหมด


วิธีจัดแต่งทรง:

1. ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้แห้งพอหมาดก่อนจะเป่าด้วยดรายเป่าผมและแปรงผมด้วยแปรงแบนเพื่อให้ผมออกมาดูเรียบไม่ชี้ฟู

2. ถูเจลเล็กน้อยกับฝ่ามือ  และลูบให้ทั้วเส้นผม  ใช้นิ้วมือสางเหมือนหวีเพื่อช่วยแยกผมและเพิ่มเท็กซ์เจอร์

3. ลุคนี้ต้องเล่นกับมูฟเมนท์  เพราะฉะนั้นไม่ต้องให้ผมแข็งอยู่ทรงเกินไปจากการใช้ผลิตภัณฑ์ปริมาณมาก

 

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก :: www.niveaformen.co.th/grooming-guides/hair/hair-trends